บริการแพ็กเกจ ลอยอังคาร แม่น้ำเจ้าพระยา ขี้นเรือที่ท่ามหาราช – ลอยอังคารหน้าวัดอรุณ
4.7/ 5 Google Review
แพ็กเกจลอยอังคาร โดย ฟิวเนอรัล แพลน
ทางเลือกที่ดีที่สุด สำหรับการลอยอังคารในกรุงเทพฯ สำหรับเจ้าภาพที่ต้องการความสะดวก ปลอดภัย ใช้เวลาไม่นาน และต้องการความสมบูรณ์ครบถ้วนตามพิธีกรรม และประเพณีนิยมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา ในการนำอังคารและอัฐิไปประกอบพิธีลอยอังคาร ที่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยใช้เวลาไป-กลับ เพียง 30-40 นาที
Plans for everyone – เรือที่ให้บริการมี 4 ขนาด ตามจำนวนผู้โดยสาร เป็นบริการเรือเช่าแบบเหมาลำ คิดค่าใช้จ่ายต่อ 60 นาที และรวมค่าอุปกรณ์ในพิธีลอยอังคารแล้ว
สำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 12 ท่าน
Most Popular
สำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 15 ท่าน
สำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 20 ท่าน
อยากจองเรือลอยอังคาร ต้องทำอย่างไร
ในการจองเรือ รบกวนเจ้าภาพ แอดไลน์ เพื่อแจ้ง วัน-เวลา และประเภทเรือที่ต้องการ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการคอนเฟิร์มเรือกลับไป และให้ทำการชำระเงินเพื่อจองเรือ
“ควรทำการจองเรือล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพื่อนิมนต์พระสงฆ์ และจัดเตรียมอุปกรณ์ในพิธีลอยอังคาร”
เรือสุภัทรา – สะอาด สะดวก และปลอดภัย และให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว รวมถึงมีเรือให้เลือกหลายขนาด ตามความเหมาะสม
พิธีลอยอังคาร – นิมนต์พระสงฆ์และมีเจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการ จึงมั่นใจได้ว่าพิธีกรรม จะเป็นไปด้วยความสมบูรณ์และเรียบร้อย
จุดลงเรือ – มีอาคารจอดรถ เดินทางสะดวก บรรยากาศดี ตั้งอยู่ในคอมมูนิตี้มอลล์ มีร้านกาแฟ และร้านอาหารรองรับ
ฟิวเนอรัล แพลน บริการเรือลอยอังคารในกรุงเทพ ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 60 นาที เหมาะกับผู้ที่อาศัยในกรุงเทพ, ผู้ที่ต้องการความสะดวก และมีเวลาจำกัด โดยจะขึ้นเรือที่ท่ามหาราช (community mall) มีที่จอดรถ และทำการลอยอังคารในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้าวัดอรุณ โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดระฆังเป็นผู้ดำเนินพิธีลอยอังคารให้กับเจ้าภาพ โดยเจ้าภาพเพียงนำ อังคาร (ที่ใส่ลุ้งดินนำมาจากวัด), ภาพถ่ายผู้วายชนม์ และ เตรียมปัจจัย สำหรับถวายพระสงฆ์บนเรือ 1 รูป
เรือลอยอังคาร ที่ให้บริการจะเป็นของบริษัทเรือสุภัทรา ซึ่งเป็นบริษัทเดินเรือที่ดี่ที่สุดในปัจจุบัน มีมาตรฐานในการให้บริการ สะอาด ปลอดภัย ทำให้ท่านคลายความกังวลใจในการเดินทาง
เจ้าภาพสามารถไปที่ท่ามหาราชด้วยรถยนต์ส่วนตัว และจอดรถที่อาคารจอดรถได้ โดยนำบัตรจอดรถให้เจ้าหน้าที่(เรือสุภัทรา) ช่วยประทับตรา (จอดฟรี 3 ชั่วโมง) *MRT สามยอด ห่างจากท่ามหาราชประมาณ 3 กม.
เมื่อใกล้เวลาที่ได้จองเรือไว้แล้ว สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือ เพื่อขึ้นเรือได้เลย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะจัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ในพิธีลอยอังคารไว้ให้เรียบร้อยแล้ว และนิมนต์พระสงฆ์จากวัดระฆังเป็นผู้นำพิธี
“เจ้าภาพนำรูปภาพผู้วายชนม์, อัฐิ และ เตรียมปัจจัยถวายพระสงฆ์ 1 รูป“
เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงการเดินทางสำหรับลูกค้า
ชิ้นส่วนกระดูก เรียกว่า “อัฐิ” จะถูกบรรจุใน “โกศ” หรือ “เบญจรงค์” ส่วนที่นำไปโปรยลงน้ำคือเถ้า ซึ่งเถ้าเหล่านี้มีทั้งเถ้าถ่านและเถ้ากระดูกรวม ๆ กันอยู่ เรียกว่า “อังคาร” แต่ก็สามารถนำอัฐิและอังคารไปลอยทั้งหมดก็ได้
หากญาติไม่ประสงค์จะแบ่งเก็บอัฐิไว้ ก็จะนำอัฐิไปรวมกับอังคารแล้วนำไปลอยอังคารทั้งหมด แต่หากญาติประสงค์จะแบ่งอัฐิเก็บเพื่อไว้ที่บ้าน หรือ ไว้ที่วัด ก็จะนิยมเก็บอัฐิส่วนที่เป็นชิ้นใหญ่เท่าที่เลือกได้ เช่น ฟัน หรือ ถ้าพอทราบว่าเป็นกระดูกส่วนไหนของร่างกายก็จะเลือกเก็บชิ้นส่วนเล็กน้อย 6 แห่ง ได้แก่ กระโหลกศีรษะ 1 , แขน 2, ขา 2 ซี่โครงหน้าอก 1 (ในทางปฏิบัติก็ตามสะดวก) ซึ่งจะนิยมเก็บอัฐิใส่โกฐ หรือ โถเบญจรงค์ สวยงาม ส่วนที่เหลือ นำห่อผ้าขาวบาง และบรรจุใส่ลุ้ง แล้วนำลุ้งห่อผ้าขาวอีกชั้น เพื่อนำไปลอยอังคาร
อุปกรณ์ใน พิธีลอยอังคาร
นอกจากการลอยอังคารบริเวณหน้าวัดอรุณนี้ ในบริเวณกรุงเทพยังมีบริเวณอื่นๆ ที่นิยมไปลอยอังคาร เช่น ปากคลองดาวคะนอง ลอยอังคารที่ หน้าวัดบุคคโล หรือ สะพานกรุงเทพ มีจุดลงเรือที่: ท่าวัดราชสิงขร, ท่าวัดวรจรรยาวาส, ท่าสาทร / ปากคลองอ้อม ลอยอังคารที่ หน้าวัดเฉลิมพระเกียรติ หรือ สะพานมหาเจษฎาบดินทร์ มีจุดลงเรือที่: ท่านนทบุรี ท่าวัดสลักใต้ / ปากคลองลัดเกร็ด ลอยอังคารที่ หน้าวัดปรมัยยิกาวาส หรือ หน้าองค์หลวงพ่อโตวัดบางจาก หรือ ปากด่านหน้าพุทธสถานเชิงท่า มีจุดลงเรือที่: ท่าปากเกร็ด ท่าวัดกลางเกร็ด (เรือด่วนเจ้าพระยา) / ปากอ่าว (ป้อมพระจุล) จ.สมุทรปราการ จุดลงเรือที่: ท่าน้ำวัดบางนางเกรง และในต่างจังหวัด นิยมเดินทางไปทำพิธีที่ ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี / หน้าวัดหลวงพ่อโสธร จ.ฉะเชิงเทรา
อุปกรณ์เครื่องใช้ในพิธีการลอยอังคาร โดยทั่วไปประกอบด้วย
1. เครื่องสำหรับบูชาแม่ย่านางเรือ
2. เครื่องบูชาเจ้าแม่นทีและท้าวสีทันดร
3. เครื่องไหว้อังคารบนเรือ
ที่มาของการเรียกเถ้าที่เกิดจากการเผาศพว่า อังคาร นั้น มาจากคำในภาษาบาลี-สันสกฤตว่า องฺคาร อ่านว่า อัง-คา-ระ แปลว่า “ถ่าน” ซึ่งหมายรวมทั้งถ่านที่ติดและไม่ติดไฟ จึงเรียกเถ้าถ่านและเถ้ากระดูกหลังการเผาศพว่า อังคาร
การนำเถ้ากระดูก, อังคาร และอัฐิ ลงสู่แม่น้ำเป็นประเพณีที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์ของอินเดีย ที่สามารถพบเห็นได้ตามริมฝั่งแม่น้ำคงคา เมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย ด้วยความเชื่อที่ว่าจะเป็นการชักนำดวงวิญญาณผู้ล่วงลับไปสู่สุคติ โดยมีแนวความคิดที่ว่า “การนำเถ้ากระดูกของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ไปลอยน้ำจะนำมาสู่ความร่มเย็นเป็นสุข ดังกับสายน้ำ” เนื่องจากชาวอินเดียเชื่อว่าเป็นแม่น้ำคงคาเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ สามารถช่วยชำระล้างบาปให้กับดวงวิญาณของเถ้าที่ลอยไปกับสายน้ำ
หากพิจารณาเป็นคติธรรม พิธีลอยอังคาร สามารถจำแนกเป็นเรื่องของ “การปล่อยวาง” และตระหนักรู้ถึง “สภาพเป็นจริง” ของสังขาร ในที่นี้คือเถ้ากระดูกซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย รวมถึงความเชื่อที่ว่าร่างกายของสิ่งมีชีวิตประกอบขึ้นจากธาตุทั้ง 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม และไฟ เมื่อกายแตกดับ ธาตุทั้ง 4 ย่อมกลับสู่สภาพธาตุดั้งเดิม
ความเชื่อที่ผสมผสานปนเปกัน จึงเป็นที่มาของความเชื่อว่าด้วย “พิธีลอยอังคาร” และเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ยึดถือต่อๆกันมาจนกลายเป็นประเพณีเพื่อส่งดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับไปสู่สุขคติ สู่ภพภูมิที่ดี และพบพานความสงบร่มเย็น สำหรับพิธีลอยอังคารในไทยมักทำในแม่น้ำใหญ่สายหลักสายต่าง ๆ เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำโขง บ้างก็ลอยกลางท้องทะเล โดยจัดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของพิธีศพ
ในปัจจุบัน สามารถไปลอยอังคารได้ ในวันที่สะดวกไม่ได้มีข้อจำกัด แต่อย่างไรก็ตามสำหรับท่านที่มีความเชื่อมีการดูฤกษ์ยามในการประกอบพิธีลอยอังคาร ก็สามารถเลือกกระทำได้เช่นกัน
เรือลอยอังคารมีหลายขนาดหลายประเภท ขึ้นกับผู้ให้บริการของแต่ละที่ ซึ่งมีเรือลอยอังคารทั้งแบบมีและไม่มีเครื่องปรับอากาศ ซึ่งขนาดเรือสามารถรองรับผู้โดยสารตั้งแต่ 12 ท่าน จนถึง 70 ท่าน โดยเรือที่มีห้องน้ำจะเป็นเรือขนาดใหญ่ที่รองรับผู้โดยสารตั้งแต่ 35 ท่านขึ้นไป
ทั้งนี้ค่าบริการเบื้องต้นก็จะขึ้นกับขนาดของเรือ และระยะทางไปกลับ โดยมีค่าบริการเฉพาะส่วนของเรือจะเริ่มต้นที่หลักร้อย จนถึงหลายหมื่นบาท และนอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เป็นค่าสิ่งของเครื่องใช้ในพิธี และค่าพิธีกร (อนุศาสนาจารย์) รวมถึงเจ้าหน้าที่ประจำเรือในการดำเนินงาน โดยหากต้องการเตรียมอาหารว่างและเครื่องดื่มไว้ระหว่างการเดินทาง ก็ต้องสำรองค่าใช้จ่ายเพิ่มไว้ด้วย อีกทั้งต้องคำนวณค่าใช้จ่ายสำหรับชนิด และจำนวนดอกไม้ที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ร่วมพิธีลอยอังคารด้วย
การไปลอยอังคาร (กทม.-ปริมณฑล) ส่วนมากจะเป็นระยะกลางซึ่งใช้เวลา ไป – กลับ ใช้เวลาประมาณ 45 -90 นาที เช่น ลอยอังคารที่หน้าวัดอรุณใช้ระยะเวลาประมาณ 60 นาที, ลอยอังคารปากอ่าว ใช้ระยะเวลาประมาณ 60 – 80 นาที เป็นต้น
ค่าใช้จ่ายในการไปอังคาร จะขึ้นกับ ค่าเรือ (โดยส่วนมากจะเป็นการเช่าเหมาลำ) ค่าสิ่งของที่ต้องใช้ในพิธี ค่าเจ้าหน้าที่ ค่าอาหารว่าง รวมถึงค่าบริการ หรือ แม้แต่ปัจจัยถวายพระสงฆ์ (ถ้ามี)
ลุ้ง หรือ ลุ้งดิน สำหรับลอยอังคาร คือภาชนะที่ทำจากดิน เพื่อให้ละลายน้ำได้ โดยมีฝาปิด มีไว้เผื่อนใส่ห่อผ้าที่เก็บอัฐิเพื่อนำไปลอยอังคารยังแม่น้ำ หรือ ทะเล
ลุ้งลอยอังคาร มีขายทั่วไปตามร้านขายสังฆภัณฑ์ ไม่จำเป็นต้องไปถึงเสาชิงช้า ซึ่งปกติแล้วร้านจะไม่จัดส่งทางขนส่ง เช่น เคอรี่เอ็กเพรส ไปรษณีย์ไทย เนื่องจากอาจเกิดความเสียหาย หรือ แตกหักจากการขนส่ง ดังนั้นลูกค้าต้องไปรับเอง หรือ อาจจะจัดส่งด้วยบริการเดลิเวอรี่
โดยปกติแล้วเมื่อทำการเก็บอัฐิที่วัด ทางพระสงฆ์จะแประอัฐิและบังสุกุล ก่อนจะนำเถ้ากระดูกหรืออังคารไปลอยยังสถานที่ต่างๆตามวันและเวลาที่เจ้าภาพกำหนด ทั้งนี้ด้วยความสะดวกในปัจจุบันจึงนิยมไปลอยอังคารหลังจากเก็บอัฐิภายในวันเดียวกันนั้นเลย แต่หากจะเก็บไว้แล้วรอไปลอยอังคารในภายหลังก็ได้ ไม่เป็นไร ส่วนจะนิมนต์พระสงฆ์ไปด้วยหรือไม่นั้น ขึ้นกับเจ้าภาพ ซึ่งจะมีพระสงฆ์หรือไม่มีพระสงฆ์นำพิธีก็ได้ เนื่องจากไม่ใช่แนวทางปฏิบัติของศาสนาพุทธ แต่หากพระสงค์ท่านมีเมตตาก็สามารถนิมนต์ลงไปกับเรือได้ ส่วนจะนิมนต์พระสงฆ์จำนวนกี่รูปนั้นก็ขึ้นอยู่กับศรัทธาของเจ้าภาพ
พิธีลอยอังคาร ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ญาติจะแสดงความไว้อาลัยแด่ผู้ล่วงลับอัน เชื่อว่าเป็นการส่งดวงวิญญาณผู้ล่วงลับไปสู่ภพภูมิที่ดี แต่การที่ญาติจะตัดสินใจนำอัฐิไปลอยอังคาร (ใส่ลุ้ง) หรือเก็บอัฐิไว้บูชา (ใส่โกฐ หรือ เบญจรงค์) ไม่ว่าจะนำมาไว้ที่บ้าน หรือ ไว้ในกำแพง หรือสถูปที่วัดนั้น ย่อมมีเหตุผลที่แตกต่างกัน ซึ่งก็สามารถกระทำตามความต้องการได้ทั้งหมด ไม่มีผิดหรือถูก โดยทางฟิวเนอรัล แพลน ขอแสดงความเห็นส่วนตัวไว้ดังนี้
การแต่งกายขอให้เป็นชุดที่สุภาพ สีไม่ฉูดฉาด ไม่มีลวดลายจนเกินไป และไม่ควรใส่กางเกงขาสั้น หรือ กระโปรงสั้น เพื่อเป็นการรักษามารยาท ใส่ชุดสีอื่นก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะสีขาว หรือ สีดำ
ตามปกติแล้วเรือจะพร้อมให้บริการในช่วงเวลา 9.00-17.00 น. ซึ่งทางญาติหรือเจ้าภาพควรทำการจองเวลาล่วงหน้า ในเวลาไหนก็ได้ที่พร้อมและสะดวก แต่เวลาที่คนนิยมจองกันส่วนมากจะอยู่ที่ประมาณ 9.00-11.00 น. เนื่องจากให้เผื่อเวลาเดินทางมายังท่าน้ำหลังจากเก็บอัฐิจากฌาปนสถานในเวลาเช้า (เก็บอัฐิที่วัดตอนเช้าตั้งแต่เวลา 7:00 – 9:00 น) รวมทั้งแสงแดดจะไม่ร้อนมาก แต่หากมีการทำบุญในช่วงเช้า ก็สามารถไปลอยอังคารในช่วงบ่ายได้เช่นกัน แต่อย่างไรก็ดี หากนิมนต์พระสงฆ์ไปด้วย ก็ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในการเดินทาง และไม่ติดเวลาพระสงฆ์ฉันเพลด้วย